ยินดีต้อนรับ


วันศุกร์ที่ 7 ตุลาคม พ.ศ. 2554

การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการแสวงหาความรู้ของตนเองในการเรียน
                ใช้ Computer ในการแสงหาความรู้จากสื่อต่างๆ ทั้งใน Google  ,Thailis.or.th ใช้หางานวิทยานิพนธ์ lms.thaicyberu.go.th เข้าไปสมัครเรียนหรือศึกษาวิชาต่างๆที่สนใจ   และฐานข้อมูลออนไลน์ เพื่อสืบค้นบทความและงานวิจัยต่างๆ
                เช่น การศึกษาการใช้ฐานข้อมูลออนไลน์
การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศสำหรับการปฏิบัติงานในหน้าที่
ใช้สื่อเทคโนโลยีสารสนเทศในการทำเอกสารการสอนให้กับนักเรียน และใช้Power point เป็นสื่อในการสอนเพื่อให้นักเรียนเข้าเนื้อหา และใช้Computer สำหรับพิมพ์ใบงานและใบกิจกรรมต่างๆ
เช่น การทำคำนวณเกรดนักเรียน โดยใช้โปรแกรม Excel ในการทำ ปพ.      การสอนนักเรียนโดยใช้โปรแกรม Power point        และใช้โปรแกรมสำเร็จรูปที่ดาวน์โหลดมาจาก Internet นำมาสอนนักเรียน

การจัดการพื้นที่ปลูกยางพาราหลังน้ำท่วม

างพาราเป็นพืชเศรษฐกิจที่สำคัญปัจจุบันประเทศไทยเป็นผู้ผลิตและส่งออกยางพารามากเป็นอันดับหนึ่งของโลกและมีการใช้ยางธรรมชาติภายในประเทศประมาณร้อยละ 11 ของปริมาณที่ผลิตได้ทั้งหมด
      สภาพพื้นที่ที่เหมาะสมสำหรับการปลูกยาง-พารา ควรอยู่สูงจากระดับน้ำทะเลไม่เกิน 200 เมตรเป็นพื้นที่ราบหรือมีความลาดเทไม่เกิน 35 องศาอุณหภูมิอยู่ระหว่าง 15-28 องศาเซลเซียส ปริมาณฝนเฉลี่ย 2,000 มิลลิเมตรต่อปี มี จำนวนวันที่ฝนตกไม่น้อยกว่า 120-  150 วันต่อปี
ลักษณะ ดิน ที่เหมาะสมต่อการปลูกยางพารา ควรจะมีหน้าดินลึกไม่น้อยกว่า 1 เมตร ไม่มีชั้นหินแข็งหรือดินดาน ระดับน้ำใต้ดินลึกกว่า 1 เมตรมีอนุภาคดินทรายประมาณร้อยละ 30 มีธาตุอาหารพืชเพียงพอและค่าความเป็นกรดเป็นด่าง 4.5-5.5

ปัญหาน้ำท่วมในพื้นที่ปลูกยางพารา
ยางพารา จัดเป็นพืชที่ไม่ทนสภาพน้ำท่วมขังยางพาราที่อายุ 2-8 เดือน ทนน้ำท่วมได้ไม่เกิน 15วัน และถ้าน้ำท่วมยอดจะตายภายใน 7 วัน ยางพาราอายุน้อยที่ถูกน้ำท่วมใบจะร่วงและเริ่มตายจากยอดลงมา ถ้าปริมาณน้ำลดภายใน 15 วัน ให้ตัดส่วนที่ตายออก ยางพาราจะแตกยอดใหม่และเจริญเติบโตได้สำหรับยางพาราที่อายุมากกว่า 8 เดือนขึ้นไปจะมีความสามารถในการทนสภาพน้ำท่วมขังได้บ้างไม่ตายแต่จะล้มง่าย เนื่องจากพื้นดินอ่อนตัวเพราะชุ่มน้ำ ดังนั้นจึงต้องยกและทำการค้ำยันต้นยางพาราไว้ภายใน 7 วัน

การนำกระบวนการวิทยาศาสตร์มาจัดการกับดินหลังน้ำท่วม เบื้องต้นในพื้นที่ปลูกยางพารา
 1. รีบทำการระบายน้ำออกอย่างเร่งด่วน
2. ขณะดินชื้นหรือชุ่มน้ำ ห้ามเดินเหยียบย่ำหรือใช้เครื่องจักรกลหนักเข้าพื้นที่เพื่อป้องกันดินแน่น
3. เมื่อดินแห้งให้พรวนดินโคนต้นยางพาราที่อายุน้อย เพื่อปรับสภาพทางกายภาพของดินสำหรับยางพาราที่อายุมาก ไม่ควรพรวนดินใต้โคนต้นเพราะจะทำให้กระทบกระเทือนต่อราก
4. ฟื้นฟูคุณสมบัติของดิน โดยการใส่ปุ๋ยหมักที่ผสมกับสารเร่งซุปเปอร์ พด.3 ในกรณีที่พื้นที่อยู่ในสภาพน้ำแช่ขังเป็นเวลานานและเสี่ยงต่อการเกิดโรค
5. หากพื้นดินภายหลังน้ำท่วมเกิดสภาพความเป็นกรด ให้ใส่อินทรียวัตถุหรือปูน เพื่อปรับ
สภาพความเป็นกรดของดิน โดยปริมาณการใช้ขึ้นอยู่กับสภาพความรุนแรงของกรดในพื้นที่นั้นๆ

การวางแผนเพื่อการจัดการทรัพยากรดินในพื้นที่ปลูก  ยางพาราอย่างยั่งยืน
1. การจัดการพื้นที่ปลูกยางพาราภายหลังน้ำท่วมอย่างยั่งยืน โดยการปลูกพืชตระกูลถั่วหรือคลุมดินด้วยเศษพืชและใบยางระหว่างแถวปลูกยางพารา เพื่อยึดหน้าดินรวมถึงเพื่อชะลอการไหลของน้ำซึ่งอาจพัดพาหน้าดินที่มีความอุดมสมบูรณ์ไป
2. ใช้ปุ๋ยอินทรีย์ในท้องถิ่น เพื่อเพิ่มปริมาณธาตุอาหาร และปรับคุณสมบัติของดินหลังน้ำท่วมให้เหมาะสม
3. ส่งเสริมการปลูกพืชท้องถิ่น โดยเฉพาะไม้ยืนต้นในพื้นที่หรือในชุมขนตามหัวไร่ปลายนาเพื่อลดความรุนแรงจากภัยธรรมชาติที่อาจเกิดขึ้นได้ในอนาคต สร้างสภาพนิเวศน์และสร้างภูมิอากาศที่สมดุลให้กับพื้นที่ โดยปลูกพืชที่เหมาะสมกับชุมชนและท้องถิ่นนั้นๆ เช่น ลังแข ละไม มะไฟ ทุเรียน ชะมวงหรือพืชผักท้องถิ่น เพื่อเสริมรายได้จากความเสียหายเช่น ผักเหลียง ผักมันปู ผักลิ้นห่าน เป็นต้น
4. พยายามปลูกฝังเยาวชนในท้องถิ่นให้สำนึกรักระบบเกษตรพื้นบ้าน รักษาสิ่งแวดล้อมภายในชุมชน อันเป็นมูลเหตุสำคัญประการหนึ่งซึ่งเกี่ยวพันกับสภาวะน้ำท่วม ส่งเสริมให้เห็นความสำคัญของการรับประทานอาหารและพืชผักพื้นเมืองเพื่อความยั่งยืนของทรัพยากรและสังคมที่สงบสุขในอนาคต


วันพุธที่ 28 กันยายน พ.ศ. 2554

ผักสุกมีสารอาหารมากกว่าดิบ

นักวิจัยเมืองมักกะโรนีพบความรู้ใหม่ ทำลายความเชื่อถือเดิมที่เป็นมาจนถึง ทุกวันนี้ว่า การหุงต้มผักให้ สุก ทำให้คุณค่าของอาหารหมดลงแล้ว กลับได้รู้ว่า การทำให้ผักสุก ช่วยให้รักษาหรือเพิ่มคุณค่าให้สูงขึ้นเสียด้วยซ้ำ
             คณะนักวิจัยของอาจารย์นิโคเลตตา เปเลกรินี่ มหาวิทยาลัยปาร์มาแห่งอิตาลี ได้ค้นพบความรู้ ใหม่ในการศึกษาขนาดเล็ก และกำลังพยายามรวบรวมข้อมูลที่สมบูรณ์ ที่แสดงให้เห็นว่าคุณค่า ของอาหารในผักที่ปรุงสุกแล้วสูงขึ้น
            นักวิจัยได้ศึกษาคุณค่าอาหารในผักอย่างเช่น หัวแครอท และบร็อคโคลี ทำให้สุกตามวิธีปรุง อาหารแบบอิตาเลียน ด้วยการผัด ต้มหรือนึ่ง ได้พบว่าผักที่สุกด้วยการต้มและนึ่ง ยังคงมีสาร ประกอบต่อต้านอนุมูลอิสระอยู่สูง หากแต่การผัดทำให้สูญเสียสารเหล่านั้นลงไม่น้อย เมื่อ เทียบกับการต้ม
ส่วนผักบร็อคโคลีที่ทำให้สุกด้วยการนึ่ง จะยิ่งทำให้มีสารกลูโคไซโนเลตส์ อันเป็นสารประกอบ ในพืชที่เชื่อกันว่ามีสรรพคุณป้องกันโรคมะเร็งสูงได้
               หัวหน้าคณะนักวิจัยให้ความเห็นไว้ในรายงานผลการวิจัย อยู่ในวารสารวิชาการ “เคมีอาหาร และเกษตรกรรม”ว่า อาจจะเป็นได้ว่าผักแต่ละชนิด อาจจะมีวิธีปรุงให้สุก เพื่อที่จะคงรักษา คุณค่าอาหารเอาไว้ได้คนละอย่างกัน.



ที่มา : ไทยรัฐออนไลน์

วันพฤหัสบดีที่ 22 กันยายน พ.ศ. 2554

มหันตภัยจาก ICT

    หลาย ๆ คนเมื่อเห็นชื่อบทความแล้วคงจะพูดว่า อะไรกันนักกันหนา คนที่เขียนบทความนี้ ประสาท
กลับหรือเปล่ากล้าใช้คำว่า มหันตภัย เชียวหรือ มันไม่หนักเกินไปหรือ เพราะโดยทั่วไปแล้วมีแต่คนยกย่อง
ชมเชย มองเห็นประโยชน์อย่างมากมายมหาศาลของ ICT แต่นี่กลับมีแนวความคิดสวนทางกันกับคนทั่วไป
หรือทั่วโลกก็ว่าได้ ครับผมไม่เถียงว่า ICT มีประโยชน์มากมายมหาศาลจริง ซึ่งทุกคนที่คลุกคลีกับ ICT รู้ดี
และก็รู้ดีอีกว่ามันก็มีโทษมหาศาลเช่นกัน จะมีคนไทยกี่เปอร์เซ็นต์ครับที่เข้าใจอย่างแจ่มแจ้งเกี่ยวกับความรู้
ทางด้าน ICT เข้าใจในระบบ ICT และสามารถใช้เทคโนโลยีเหล่านี้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ หรือใช้เทคโน โนโลยีเหล่านี้ได้ประมาณ 60 เปอร์เซ็นต์ ก็ถือว่าสุดยอดแล้วครับในปัจจุบัน ขนาดประเทศที่เขาเจริญแล้วมี
การศึกษาเจริญกว่าประเทศเราเขาก็ยังประสบปัญหาต่าง ๆ นานา อยู่เป็นประจำ  แม้แต่บางคนยังไม่ทราบ
ความหมายของ ICT  ด้วยซ้ำไป เพราะคนไทยมีนิสัยอยู่อย่างหนึ่งว่า ถ้าเป็นภาษาต่างประเทศละก็ จะไม่ใส่ใจศึกษาเลย (ยกเว้นนักการศึกษา) และที่ร้ายไปกว่านั้นอุปกรณ์เทคโนโลยีต่าง ๆ ผลิตจากต่างประเทศทั้งนั้น
ภาษา คำศัพท์เทคนิคก็เป็นภาษาต่างประเทศด้วย นี่ละครับคือสาเหตุหรือจุดด้อยที่ทำให้คนไทย ใช้เทคโนโล
ยีไม่ได้เต็มประสิทธิภาพ บางคนก็มีความรู้แบบ งู ๆ ปลา ๆ ไม่ได้เข้าใจอย่างแท้จริง เรามาดูว่า ICT ย่อมาจากอะไร? มีความหมายว่าอย่างไร?
    I ย่อมาจากคำว่า Information  แปลว่า สารสนเทศ หมายถึง ข้อมูลที่ผ่านการประมวลผล การประมวลผล เป็นการบวก ลบ คูณ หาร การจัดกลุ่ม การจัดจำพวก ฯลฯ สารสนเทศ  เป็นข้อมูลที่ง่ายต่อการแปลความหมายทำความเข้าใจได้ง่าย ทำให้มีความเข้าใจตรงกัน
    C ย่อมาจากคำว่า Communication  แปลว่า การสื่อสาร ซึ่งในปัจจุบันระบบสื่อสารการโทรคมนาคม ได้เชื่อมโยงประเทศต่าง ๆ ในโลกเข้าด้วยกัน ทำให้เกิดสังคมยุคไร้พรมแดน มนุษย์ซึ่งอยู่คน
ละซีกโลกสามารถติดต่อถึงกันโดยใช้เทคโนโลยีหลายรูปแบบเช่น อินเทอร์เน็ตก็เป็นเครื่องมือชนิดหนึ่งที่
สามารถส่งผ่านข้อมูลได้เกือบทุกรูปแบบ
    T ย่อมาจากคำว่า Technology แปลว่า การประยุกต์ความรู้ทางด้านวิทยาศาสตร์มาใช้ให้เกิดประ
โยชน์ต่อการดำรงชีวิตของมนุษย์
             ในยุคโลกาภิวัตน์หรือยุคโลกไร้พรมแดน แบบนี้ เราคงปฏิเสธความสำคัญของคอมพิวเตอร์ และอินเทอร์เน็ตหรือเทคโนโลยีต่างที่ผลุดขึ้นมาเหมือนอย่างดอกเห็ดไม่ได้  เนื่องจากมันได้กลายเป็นส่วนหนึ่งในชีวิตประจำวันไปแล้ว จากความสำคัญและประโยชน์อันมากมายมหาศาลที่มากับ ICT นี้เอง มันได้แฝง
มหันตภัยอันมากมายมหาศาลมาให้ผู้ที่ใช้ ICT อย่างมากมายมหาศาลเช่นเดียวกัน กับผู้ที่รู้เท่าไม่ถึงการณ์
โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เด็กหรือเยาวชนไทยที่ไม่ได้รับการแนะนำในการใช้ ICT ที่ถูกต้องจากพ่อ-แม่ ครูอาจารย์
หนักไปกว่านั้นผู้ใหญ่บางคนได้แสวงหาผลประโยชน์จากเด็กหรือเยาวชนโดยใช้ ICTหรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ในปัจจุบัน เป็นเครื่องมือในการหากินอย่างไร้คุณธรรมและเมตตาธรรม
    ต่อไปเรามาดูกันว่ามหันตภัยที่มากับ ICT มีอะไรบ้าง แต่ละอย่างส่งผลกระทบหรือทำให้เกิดผลเสีย
หายต่อบุคคลหรือสังคม ประเทศ หรือแม้แต่โลกเราทุกวันนี้อย่างไร
             ภัยที่มากับอินเทอร์เน็ต หรือภัยไซเบอร์ขณะที่ชุมชนใหม่บนโลกไซเบอร์กำลังก่อเกิดขึ้น การติดต่อสื่อสารผ่านระบบเครือข่ายอินเทอร์เน็ตเป็นสิ่งที่ทุกคนยอมรับว่าสะดวก รวดเร็ว และตอบสนองความต้องการในทุกด้าน โลกที่เปิดกว้างนี้ได้สร้างความสัมพันธ์ให้กับผู้คนในหลากหลายรูปแบบ แต่ขณะเดียว  กันสังคมไซเบอร์ก็นำพาปัญหามาให้กับผู้ใช้ โดยเฉพาะ  เยาวชน ที่อาจเผลอไผลใช้เทคโนโลยีโดยรู้เท่า ไม่ถึงการณ์ จนเกิดเป็นภัยร้ายลุกลามได้  หากเอ่ยถึงภัยร้ายทางอินเตอร์เน็ต เรียกว่ามีหลากหลายรูปแบบให้ต้องระแวดระวัง เพราะโลกไซเบอร์มีครือข่ายเชื่อมโยงทั่วทุกมุมโลก ภัยที่แฝงอยู่จึงมาได้หลายทาง หากแบ่ง แยก แล้ว อาจได้ประมาณ 3 กลุ่ม คือ
          ภัยจากคนแปลกหน้า หรือ บุคคลเสมือน บางทีเด็กหญิงที่เราเจอในแช็ตรูม ที่จริงอาจเป็นชายวัยกลางคนที่เข้ามาพูดคุย สร้างภาพเพื่อหลอกให้เราตายใจ หวังล่อลวงนัดพบ และเมื่อออกไปเจอเขาก็อาจถูกล่วงเกินหรือทำร้าย มิจจาชีพกลุ่มหนึ่งทำเว็บไซต์ปลอมหลอกให้เรากรอกข้อมูลส่วนตัว เช่น ชื่อ ที่อยู่ เบอร์ติดต่อ เลขรหัสบัตรเครดิต แล้วนำไปใช้แอบอ้างเป็นตัวเรา
           ภัยจากเนื้อหาต้องห้าม อินเตอร์เน็ต เป็นแหล่งรวมเนื้อหา ข้อมูล รูปภาพ ความคิดเห็นนานาจากผู้คนทั่วโลก จึงไม่น่าแปลกใจที่จะมีทั้งข้อมูลที่สร้างสรรค์เป็นประโยชน์และข้อมูลที่เป็นอันตราย เช่น   มีการเผยแพร่ สิ่งพิมพ์รูปภาพ หรือโฆษณาวัตถุลามก อนาจาร ผิดกฎหมาย หมิ่นประมาท ยุยงก่อให้เกิดความแตก  แยกในสังคม เนื้อหารุนแรงเกลียดชัง บ่อนทำลาย ผิดศีลธรรม เนื้อหาทางเพศโจ่งแจ้ง บางส่วนเป็นเพียงความ คิดเห็นส่วนตัวที่เอนเอียง บางส่วนไม่ใช่ความจริงผู้อ่านจึงต้องรู้เท่าทันสิ่งที่อ่านเจอบนอินเทอร์เน็ต
          ภัยจากการใช้งานไม่เหมาะสมอื่น ๆ ไวรัสคอมพิวเตอร์แพร่ระบาดได้ง่ายผ่านเครือขายอินเทอร์เน็ตโดยผู้ใช้ที่ขาดความรู้และความระมัดระวัง กระจายตัวอย่างรวดเร็วและสร้างความเสียหายได้คราวละมาก ๆ นอนกจากนี้ ยังมีผู้ไม่ประสงค์ดีทำการบุกรุกเครือข่ายเพื่อขโมยข้อมูล แก้ไขข้อมูลเพื่อประโยชน์ส่วนตัว ทำการโจมตีให้ระบบล่ม ภัยจากโลกไซเบอร์ที่สำคัญอีกอย่างหนึ่งได้แก่ การที่เด็กและเยาวชนใช้เวลามากเกิน ไป บนโลกออนไลน์ ทำให้ขาดปฏิสัมพันธ์กับคนรอบข้าง ละเลยต่อการเรียนหรือกิจกรรมกลางแจ้งในโลกปกติ ทำให้เสียสุขภาพและขาดทักษะการเรียนรู้ทางสังคม
          อินเทอร์เน็ตในประเทศไทย มีอัตราค่าบริการค่อนข้างสูง
          ช่องทางในการสื่อสารข้อมูลคุณภาพต่ำวงจรสื่อสารความเร็วสูง ยังไม่แพร่หลาย
          ความปลอดภัยในการส่งข่าวสารข้อมูลทางอินเทอร์เน็ตมีน้อย ซึ่งจะเห็นได้จากกระทรวงทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารได้ประกาศห้ามข้าราชการใช้อินเทอร์เน็ตของเอกชนส่งข่าวสารข้อมูลโดยกำหนดระยะเวลาให้งดใช้ดังนี้ตั้งแต่ระดับ 8 ขึ้นไปให้งดใช้ในวันที่ 1 มีนาคม 2551 เป็นต้นไป ส่วนข้าราชการตั้งแต่ระดับ 7 ลงมาให้เลิกใช้ภายในระยะเวลา 1 ปี(ประกาศ  สำนักงานปลัดกระทรวง)


โทษของอินเทอร์เน็ต
โทษของอินเทอร์เน็ต มีหลากหลายลักษณะ ทั้งที่เป็นแหล่งข้อมูลที่เสียหาย, ข้อมูลไม่ดี ไม่ถูกต้อง, แหล่งซื้อขายประกาศของผิดกฏหมาย,ขายบริการทางเพศ ที่รวมและกระจายของไวรัสคอมพิวเตอร์ต่างๆอินเทอร์เน็ต   เป็นระบบอิสระ ไม่มีเจ้าของ ทำให้การควบคุมกระทำได้ยาก, มีข้อมูลที่มีผลเสียเผยแพร่อยู่ปริมาณมาก
ไม่มีระบบจัดการข้อมูลที่ดี ทำให้การค้นหากระทำได้ไม่ดีเท่าที่ควร, ข้อมูลบางอย่างอาจไม่จริง ต้องดูให้ดีเสียก่อน อาจถูกหลอกลวง-กลั่นแกล้งจากเพื่อนใหม่, ถ้าเล่นอินเทอร์เน็ตมากเกินไปอาจเสียการเรียนได้
ข้อมูลบางอย่างก็ไม่เหมาะกับเด็กๆ,
               โรคติดอินเทอร์เน็ต   
โรคติดอินเทอร์เน็ต (Webaholic) เป็นอาการทางจิตประเภทหนึ่ง ซึ่งนักจิตวิทยาชื่อ Kimberly S Young ได้ศึกษาและวิเคราะห์ไว้ว่า บุคคลใดที่มีอาการดังต่อไปนี้ อย่างน้อย 4 ประการ เป็นเวลาไม่น้อยกว่า 1 ปี แสดงว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต รู้สึกหมกมุ่นกับอินเทอร์เน็ต แม้ในเวลาที่ไม่ได้ต่อเข้าระบบอินเทอร์เน็ต
มีความต้องการใช้อินเทอร์เน็ตเป็นเวลานานขึ้นอยู่เรื่อยๆ ไม่สามารถควบคุมการใช้อินเทอร์เน็ตได้
รู้สึกหงุดหงิดเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตน้อยลง หรือหยุดใช้ คิดว่าเมื่อใช้อินเทอร์เน็ตแล้ว ทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น
ใช้เป็นอินเทอร์เน็ตในการหลีกเลี่ยงปัญหา หลอกคนในครอบครัว หรือเพื่อน เรื่องการใช้อินเทอร์เน็ตของตนเอง มีอาการผิดปกติเมื่อเลิกใช้อินเทอร์เน็ต เช่น หดหู่ กระวนกระวาย ซึ่งอาการดังกล่าว  ถ้ามีมากกว่า 4 ประการในช่วง 1 ปี จะถือว่าเป็นอาการติดอินเทอร์เน็ต ซึ่งส่งผลเสียต่อระบบร่างกาย ทั้งการกิน การขับถ่าย และกระทบต่อการเรียน สภาพสังคมของคนๆ นั้นต่อไป
              พิชชิ่ง(Pifishing) คือการเลียนแบบทำเหมือนต้นฉบับทุกประการ ซึ่งเหตุการณ์แบบนี้ส่วนใหญ่อาชญากรจะใช้ในการทำธุรกรรมทางด้านการเงิน อย่างเช่น การฝากเงิน การถอน หรือการโอนเงิน ด้วยการตั้งเว็บไซต์ขึ้นมาเหมือนกับธนาคารทุกประการและหลังจากนั้นจะมีการหลอกผู้ที่เข้าไปใช้บริการเพื่อเอารหัสบัญชีแล้วนำไปทำธุรกรรมอย่างอื่น
 ภัยจากเว็บแคม ถือได้ว่าเป็นภัยที่นับวันจะมีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะกับเด็กวัยรุ่น เพราะมิจฉาชีพจะติดกล้องไว้ที่ตัวคอมพิวเทอร์เพื่อดูพฤติกรรมของอีกฝ่ายหนึ่ง และเว็บแคมทุกวันนี้มีความรุนแรงเพิ่มมากขึ้นถึงขั้นลามกอนาจารหรือเรียกกันแบบง่าย ๆก็คือการขายบริการทางเพศทางเว็บนั่นเอง
ทีนี้ลองมานึกภาพดูซิว่าถ้าเป็นลูกหลานของท่านกลังมีพฤติกรรมแบบนี้และไม่สามารถยับยั้งชั่งใจตนเอง
ได้ผลที่จะตามมาก็คือ เสียเงินค่าบริการ ขาดความสนใจในการเรียน เสียสุขภาพเพราะนอนดึก ร้ายไปกว่า
นั้นส่งผลถึงสุขภาพจิตซึ่งไม่แน่เป็นสาเหตุก่อให้เกิดการข่มขีนกระทำชำเราตามที่เป็นข่าวอยู่เนือง ๆ
    ภัยจากบัตรเครดิต  ซึ่งเป็นภัยของพวกนักช๊อปหรือผู้ที่ไม่ต้องการพกเงินสดติดตัวเป็นจำนวนมากก็จะใช้บัตรเครดิตในการชำระค่าสินค้าต่างๆ แต่ใครจะรู้ว่าถึงเวลาชำระค่าบัตรกลับมีตัวเลขที่ต้องชำระเพิ่ม ขึ้นอย่างมากโขทั้งๆที่ไม่ได้ใช้ ซึ่งวิธีการที่พวกมิจฉาชีพมักจะหาประโยชน์จากบัตรเครดิตคือ ทุกครั้งที่มีการรูดบัตรตัวเครื่องก็จะทำการอ่านบัตรและเชื่อมต่อไปยังธนาคารเจ้าของบัตร แต่ระหว่างที่มีกาติดต่อกัน  ระหว่างเครื่องรูดบัตรกับธนาคาร พวกมิจฉาชีพก็ได้นำเครื่องเล่น MP3 ไปไว้เพื่อดักฟังข้อมูล
    ภัยที่มากับเกมคอมพิวเตอร์ ฟังดูเผินๆแล้วไม่น่าจะมีพิษสงอะไรมากนัก เพราะเป็นเกมเล่นเฉย ๆ
แต่ท่านผู้อ่านทราบหรือไม่ว่าเกมคอมพิวเตอร์ได้ส่งผลเสียต่อผู้คนที่ขาดสติสัมปชัญญะจนเสียผู้เสียคนมามากต่อมากแล้ว เกมก็เหมือนกับของหลาย ๆ อย่างในโลกนี้มีทั้งด้านบวกและด้านลบ ถ้ารู้จักใช้หรือใช้
อย่างพอเหมาะพอดีก็จะเกิดประโยชน์ แต่ถ้าไม่รู้จักใช้หรือใช้มากเกินไปก็จะก่อให้เกิดโทษ ในที่นี้จะไม่กล่าวถึงประโยชน์ของเกมให้ท่านผู้อ่านไปสืบค้นหรือคิดเอาเอง แต่จะขอสรุปถึงข้อเสียหรือภัยที่มากับเกมคอมพิวเตอร์ที่ผู้เขียนได้ศึกษาหรือได้จากประสบการณ์หรือพบเห็นมาดังนี้คือ
    1.เสียสุขภาพกาย ถ้าใช้คอมพิวเตอร์นาน ๆ ก็มีโอกาสเป็นโรคCVS(Computer Vision  Syndrome)
คือมีอาการปวดกระดูกข้อมือ ปวดกล้ามเนื้อที่คอ หลัง ไหล่ ปวดตา แสบตา  ตามัว  หรือมีอาการปวดหัว
ร่วมอยู่ด้วย บางคนเล่นจนลืมหิว ลืมง่วง ไม่กินไม่นอนร่างกายก็แย่ หรือทานอาหารหน้าจอคอมพิวเตอร์ ไม่
ได้ออกกำลังกาย โรคอ้วนก็จะถามหาได้เช่นกัน
    2.เสียการเรียนหรือการงาน เกมจะดึงดูดความสนใจจากเด็ก ทำให้เด็กไม่ใส่ใจในการเรียนเท่าที่ควร
ยิ่งเด็กแบ่งสรรเวลาไม่เป็นก็ยิ่งมีผลต่อการเรียนมากขึ้น เกมจะดึงดูดเวลาทำการบ้าน ความรับผิดชอบงาน
บ้านของเด็กไปจนหมด บางคนถึงกับหนีโรงเรียนเพื่อไปเล่นเกม ค่าใช้จ่ายจะเพิ่มมากขึ้น บางคนถึงกับขโมยเงินผู้ปกครองเพื่อนำไปเสียค่าเกมหนักไปกว่านั้นบางคนขาดเรียน หนีเรียนไปเล่นเกมจนไม่มีสิทธิ์
สอบ ต้องออกจากโรงเรียนโดยปริยายก็มีมากมาย
3.ขาดสังคมกับคนจริง ๆ หรือขาดสัมพันธภาพแบบเผชิญหน้าพบปะพูดคุยโดยตรงซึ่งจะมีผลต่อการคบหาสมาคมและการทำงานร่วมกับผู้อื่น เด็กพวกนี้ตามที่ผู้เขียนได้ประสบพบมา ใบหน้าจะบึ้งตึงเงียบ
ขรึม ตอบคำถามแบบสั้น ๆ ถามคำตอบคำ ไม่ชอบพูดคุยกับเพื่อน ไม่ร่าเริงแจ่มใส มักจะปลีกตัวอยู่คนเดียว
เงียบ ๆ ไม่ชอบพูดรงเรียน ชอบโกหก เหม่อลอย
    4.บางเกมมีผลต่ออารมณ์ เช่นเหนี่ยวนำให้เกิดอารมณ์รุนแรง และพฤติกรรมก้าวร้าว ทำให้ชินกับการแก้ปัญหาด้วยกำลังแทนการใช้สติปัญญา ขาดความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ มีผู้กล่าวว่าภาพยนตร์แสดงพฤติกรรมก้าวร้าวให้เด็กเห็น  แต่เกมคอมพิวเตอร์สอนให้เด็กลงมือกระทำและรู้สึกตื่นเต้นกับการระทำนั้น
หรือการที่เด็กยิงปืนเพื่อสังหารคู่ต่อสู้ในเกมเปรียบเสมือนกับการยิงหรือสังหารคู่ต่อสู้โดยไม่ต้องคิดไตร่
ตรอง ถ้าหากท่านเป็นผู้ปกครองลองสังเกตดูลูกของท่านกำลังเล่นเกมต่อสู้หรือเกมที่มีการฆ่ากัน ให้ท่านสัง
เกตดูอากับกิริยาของเด็กจะเห็นมีความเครียดอยู่มาก ขณะเดียวกันท่านลองไปทักหรือใช้หรือบอกให้หยุด
เด็กจะแสดงอาการไม่พอใจ หรืออาการก้าวร้าวออกมาให้เห็นทันที ซึ่งจะบ่งบอกได้ว่าเกมบางเกมมีผลต่อ
อารมณ์และจิตใจของเด็กมาก
    5.สร้างปัญหาต่อครอบครัว พ่อแม่ที่หวังให้เกมเป็นเครื่องมือเพื่อดึงดูดลูกให้อยู่กับบ้านไม่ไห้ไป
ไหน หรือปล่อยให้ลูกอยู่กับเกมตามลำพัง โดยนอนใจว่าลูกจะคลายเหงา และมีกิจกรรมยามว่าง หรือรู้สึก
ว่าไม่มีภาระต้องคอยห่วงคอยกังวลว่าลูกจะไปทำอะไรที่ไหน ท่านคิดผิดอย่างใหญ่หลวงเพราะผลที่จะเกมตามมา คือเกิดช่องว่างระหว่างพ่อแม่และลูก เพราะเกิดปัญหาสลดในในสังคมไทยมามากต่อมากแล้ว เช่น
ลูกติดเกมไม่ยอมกลับบ้าน  ปัญหาระหว่างแม่กับลูกวัยรุ่นที่ติดเกมพอแม่เตือนลูกก็ไม่ยอมพูดด้วย ลงท้าย
แม่เลยกระโดดตึกฆ่าตัวตายเป็นต้น ถ้าหากท่านสังเกตให้ดีจะเห็นว่า เด็กได้เล่น หรือวิ่งเล่น กับเพื่อน ๆ ได้เข้าสังคมกับเพื่อน เขาจะมีความสุข สนุกสนานมาก แสดงว่าเขาไม่มีความเครียดหรือพูดอีกอย่างหนึ่งว่าเป็น
วิธีการคลายเครียดที่ดีที่สุดสำหรับเด็กนอกจากนั้นเขายังได้ศึกษาสิ่งแวดล้อมต่าง ๆ รอบตัวเขาด้วย  ดังนั้น
ถ้าเด็กเล่นแต่เกมก็จะเพาะนิสัยรักการอ่านได้ยาก การพัฒนาด้านสติปัญญาจึงถือว่าเป็นเรื่องเป็นไปได้ยาก
สำหรับเด็กที่ติดการเล่นวิดีโอเกม
    ดังนั้นจะเห็นได้ว่าสังคมปัจจุบันนี้มีภัยต่างๆที่แฝงตัวอยู่ทุกส่วนของสังคมไม่ว่าจะเป็นภัยการถูกแอบถ่ายรูป หรือภัยจากการลักลอบโอนเงินจากธนาคาร เป็นต้น และนับวันจะทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะในโลก ไซเบอร์อย่างอินเทอร์เน็ต ที่เข้ามาพร้อมกับความเจริญก้าวหน้าของเทคโนโลยี จนอยากที่จะหาทางแก้ไขได้ และที่สำคัญภัยในโลกไซเบอร์นั้นมีความน่ากลัวมากกว่าโจรผู้ร้ายหรืออาชญากรอีกเป็นเท่าตัว เพราะมันสามารถเกิดขึ้นได้ทุกที่ไม่เว้นแม้แต่ในห้องนอนของเราเอง ภัยในโลก ไซเบอร์ ทุกวันนี้ได้ผุดขึ้นมาคุกคาม  ประชาชนอย่างมากมาย โดยเฉพาะกับเยาวชนที่มักจะเป็นเป้าหมายของการถูกทำร้ายในโลกไซเบอร์ เพราะเยาวชนทุกวันนี้มักจะใช้เวลาส่วนใหญ่อยู่กับหน้าจอคอมพิวเทอร์เพียงลำพัง โดยปราศจากการดูแลอย่างใกล้ชิดจากผู้ปกครองดังที่ปรากฏตามสื่อต่าง ๆ ไม่เว้นแต่ละวัน
          
        “  ไอซีทีไม่ได้ดีเสมอไปอย่างที่คิด
                         หากใช้ผิดจุดประสงค์จำนงหมาย
                         ก่อให้เกิดภัยมหันต์อันมากมาย
                         หากผู้ใช้ไร้ความคิดผิดศีลธรรม

วิดีโอแชท"โคลนนิ่ง"ใบหน้าคุณเป็นคนดัง

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] เชื่อไหมว่า คุณสามารถเปลี่ยนใบหน้าที่ปรากฎบนวิดีโอแชท (video chat) ให้เป็นใบหน้าคนอื่น หรือคนดังได้แบบเรียลไทม์ และนี่คือที่มาของนักพัฒนาโปรแกรมหัวสร้างสรรค์สองคนที่สามารถแฮควิดีโอแชท เพื่อซ้อนทับด้วยเอฟเฟกต์ที่เป็นใบหน้าของคนอื่นขึ้นไปแทนได้อย่างน่าอัศจรรย์ :O


ด้วยความร่วมมือของสองนักพัฒนาจากบาเซโรน่าได้แก่ Jason Saragih ที่รับผิดชอบผลงานนี้ในส่วนของโค้ดคำสั่งที่สามารถติดตามตำแหน่งต่างๆ บนใบหน้า หรือ Facetracker  ในขณะที่ Kevin Atkinson จะพัฒนาโค้ดโปรแกรมที่สามารถโคลนนิ่งภาพ หรือ Image Clone ซึ่งเมื่อนำทั้งสองส่วนของโค้ดโปรแกรมมาทำงานร่วมกับโปรแกรมวิดีโอแชท สิ่งที่เกิดขึ้นคือ มันจะสามารถโคลนนิ่งภาพใบหน้า (Image Clone Code) ของคนสำคัญ  เพื่อนำไปซ้อนทับ และติดตามความเคลื่อนไหวของส่วนต่างๆ บนใบหน้าของเราที่ปรากฏในวิดีโอ

นั่นหมายความว่า คุณสามารถสวมหน้ากากเสมือนแบบเนียนๆ (ด้วยโปรแกรมของสองนักพัฒนา) เพื่อปลอมตัวเป็นใครก็ได้บนวิดีโอแชท ไม่ว่าจะเป็น ปารีส ฮิลตัน, ฟิเดล คาสโตร, สตีฟ จอบส์, วลาเดเมีย เลนิน, มาริลิน มอนโร, แอนดี้ วอร์ฮอล, เหมา เจ๋อตุง, แบรด พิตต์, ไมเคิล แจ็คสัน, ซัลวาดอร์ ดาลี หรือแม้แต่ประธานาธิบดี บารัค โอบาม่า ถึงแม้ต้นแบบที่นำมาสาธิตจะดูค่อนข้างน่ากลัว แต่เชื่อว่า เวอร์ชันต่อไป มันจะต้องดูเนียนกว่านี้ได้อีกมากทีเดียว จะว่าไป หากขั้นตอนการโคลนนิ่งใบหน้าบนวิดีโอแชททำได้อย่างสมบูรณ์แล้ว เพียงแค่เพิ่มโค้ดโปรแกรมแปลงพิตช์เสียงให้เหมือนด้วยเข้าไป ในอนาคตเราจะเชื่อได้หรือเปล่าว่า คนที่เรากำลังสนทนาผ่านวิดีโอแชทอยู่นั้นเป็นตัวจริง หรือปลอม คุณผู้่อ่านของเว็บไซต์ arip ล่ะครับ คิดเห็นอย่างไรบ้างกับกรณ๊นี้

เคส iPhone ที่ช่วยคุณหา"พวงกุญแจ"ได้

[เอ.อาร์.ไอ.พี, www.arip.co.th] นอกจากเรื่องของแฟชั่นแล้ว การออกแบบเคส iPhone วันนี้ ยังมีการให้ความสำคัญเรื่องฟังก์ชันที่นอกเหนือจากการเป็นแค่เคสกันกระแทก หรือรอยขีดข่วนเท่านั้น เพราะสำหรับ Bungee Air ของ Kensington มันเป็นเคสที่ช่วยให้คุณไม่ลืมทิ้ง iPhone หรือ กุญแจ อย่างใดอย่างหนึ่งไว้อย่างแน่นอน

Bungee Air จาก Kensington เป็นเคสใส่ iPhone 4 ที่มาพร้อมกับพวงกุญแจ และแอพฯ ที่ช่วยให้คุณไม่ลืมมองหา และป้องกัน iPhone 4 ของคุณจะถูกแอบดูข้อมูลได้ เนื่องจากเมื่อใดก็ตามที่ iPhone และพวงกุญแจถูกแยกจากกัน BungeeAir จะส่งสัญญาณแจ้งเตือนบนพวงกุญแจ (และ iPhone) พร้อมกับล็อคหน้าจอ iPhone ซึ่งนอกจากแอพฯ ที่มาด้วยกันจะช่วยแจ้งเตือนไม่ให้ลืมสิ่งของอย่างใดอย่างหนึ่งแล้ว (iPhone 4 กับพวงกุญแจ) คุณยังสามารถตั้งค่าของระบบรักษาความปลอดภัย ตลอดจนระยะห่างที่จะให้มันแจ้งเตือนได้อีกด้วย หากคุณผู้อ่านเว็บไซต์ arip ยังนึกภาพการทำงานไม่ออก ลองดูคลิปข้างล่างนี้ได้เลยครับ

อย่างทีได้บอกไปแล้วข้างต้นว่า การทำงานของ BungeeAir จะสามารถแจ้งเตือนได้สองทาง เพราะฉะนั้นในกรณีที่คุณหาพวงกุญแจไม่พบ คุณก็สามารถสั่งให้มันร้องเตือนผ่านแอพฯ เพื่อจะได้มองหามันได้อีกด้วย
BungeeAir เคส iPhone ของ Kingsinton จะวางตลาด 2 เวอร์ชันด้วยกันคือ เคสที่มากับแบตเตอรี่ที่ช่วยให้คุณสามารถใช้ iPhone สนทนาได้นานขึ้นถึง 4 ชั่วโมง ซึ่งจะมีราคาอยู่ที่ 100 เหรียญฯ (ประมาณ 3,000 บาท) แต่ถ้าต้องการแค่ระบบกันลืม และรักษาความปลอดภัย เคสรุ่นนี้จะมีราคาอยู่ที่ 80 เหรียญฯ หรือประมาณ 2,400 บาทครับ
ข้อมูลจาก: Amazon, Kensington

วันอังคารที่ 20 กันยายน พ.ศ. 2554

ดาวเคราะห์เพชร

          เขาว่าเพชรเม็ดงามคู่กับหญิงสวย แต่ลองถ้าเป็นเพชรเม็ดใหญ่เท่าดาวเนปจูนล่ะก็คงต้องคู่กับนักดาราศาสตร์
          เพชรเม็ดขนาดนี้มีอยู่จริง และอยู่ในดาราจักรทางช้างเผือกเรานี้เอง ไม่ใกล้ไม่ไกลแค่ 4,000 ปีแสง ในทิศทางของกลุ่มดาวงู ดาวเคราะห์ดวงนี้เป็นบริวารของพัลซาร์ พีเอสอาร์ เจ 1719-1438 (PSR J1719-1438) ค้นพบโดยคณะนักวิจัยนานาชาติที่ใช้กล้องโทรทรรศน์ไซโร (CSIRO) ของหอดูดาวพากส์ในออสเตรเลีย การสำรวจของคณะนี้ทำโดยถ่ายภาพตามจุดต่าง  ของท้องฟ้าต่างกัน 90,000 จุด แต่ละจุดใช้เวลารับแสงนาน นาที
          พัลซาร์เกิดขึ้นเมื่อดาวฤกษ์ดวงหนึ่งได้ยุบลงไปเป็นดาวนิวตรอน พัลซาร์ทั่วไปมีเส้นผ่านศูนย์กลางเพียง 20 กิโลเมตร มันจะยิงคลื่นวิทยุออกมาเป็นลำและกวาดออกไปในอวกาศ หากลำนั้นชี้มายังโลก และมีกล้องโทรทรรศน์ส่องอยู่ที่ตำแหน่งนั้น กล้องก็จะมองเห็นคลื่นวิทยุแผ่ออกมาเป็นพัลส์สั้น  หากพัลซาร์นั้นมีดาวเคราะห์โคจรรอบอยู่ด้วย แรงโน้มถ่วงของดาวเคราะห์จะรบกวนพัลส์นี้ซึ่งตรวจจับได้ และนี่คือสาเหตุที่นักดาราศาสตร์ตรวจพบดาวเคราะห์ของพัลซาร์นี้ ปัจจุบันพบว่ามีพัลซาร์ราว 70 เปอร์เซ็นต์ที่มีดาวเคราะห์เป็นบริวาร
          จากการวิเคราะห์การกล้ำของพัลส์วิทยุ นักดาราศาสตร์สามารถวัดคาบการโคจรรอบพัลซาร์ ระยะห่างจากพัลซาร์ และขนาดของดาวเคราะห์บริวารได้ สำหรับบริวารของ พีเอสอาร์ เจ 1719-1438 นี้มีขนาดเส้นผ่านศูนย์กลางต่ำกว่า 60,000 กิโลเมตร อยู่ห่างจากพัลซาร์ 600,000 กิโลเมตร และโคจรรอบพัลซาร์ครบรอบทุก ชั่วโมง
          แม้ดาวเคราะห์ดวงนี้จะมีขนาดค่อนข้างเล็ก  แต่มีความหนาแน่นมากกว่าดาวพฤหัสบดีที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางถึง 142,984 กิโลเมตร
          ความหนาแน่นที่สูงกว่าปกตินี้เองที่เป็นเบาะแสถึงต้นกำเนิดที่ไม่ธรรมดาของดาวเคราะห์ดวงนี้ เมื่อนักดาราศาสตร์ศึกษารายละเอียดแล้ว กลับพบว่าแท้จริงแล้วเป็นซากของดาวฤกษ์มวลสูง ดาวฤกษ์ดวงนี้เคยเป็นดาวสหายกับพัลซาร์ เจ 1719-1438 มาก่อน สันนิษฐานว่ามันได้โคจรรอบพัลซาร์และตีวงแคบเข้าเรื่อย  ทำให้พัลซาร์หมุนรอบตัวเองด้วยความเร็วสูงมากพร้อมกับดึงดูดสสารจากผิวของดาวฤกษ์ไป
          ปัจจุบันนี้กระบวนการแย่งสสารได้ยุติลงและระบบก็เข้าสู่เสถียรภาพแล้ว พัลซาร์ เจ 1719-1438 ได้กลายเป็นพัลซาร์มิลลิวินาทีที่หมุนรอบตัวเองเร็วถึง 10,000 รอบต่อนาที
          ส่วนดาวฤกษ์ที่ถูกสูบเลือดสูบเนื้อไปมากถึง 99.9 เปอร์เซ็นต์ของมวลเดิม ขณะนี้หลือเพียงแกนที่เป็นคาร์บอน และด้วยเหตุที่มีความดันมหาศาล ทำให้คาร์บอนนี้มีโครงสร้างเป็นผลึกแบบเพชร แต่คาร์บอนในดาวดวงนี้จะมีความหนาแน่นมากกว่าเพชรบนโลกมาก

ที่มา: